เกี่ยวกับ สทป

ประวัติสำนักทะเบียนฯ

ประวัติสำนักทะเบียนฯ

ประวัติความเป็นมา



ชื่อหน่วยงาน สำนักทะเบียนและประมวลผล มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ที่อยู่ 50 ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
โทรศัพท์ 0 2579 0113 ต่อ 1761-4, 0 2942 8293-5 ต่อ 8000-8078
โทรสาร 0 2561 4636, 0 2942 8020
Homepage http://www.regweb.registrar.ku.ac.th

 

ประวัติและพัฒนาการของสำนักทะเบียนและประมวลผล

บพิธ  จารุพันธุ์

1.  ยุคของแผนกสถิติและทะเบียน  (พ.ศ. 2486 – 2505)

                 เมื่อแรกเริ่มก่อตั้งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  ในปี พ.ศ. 2486  ยังไม่มีหน่วยงานที่รับผิดชอบ  งานทะเบียนนิสิตโดยตรง  แต่ละคณะจะรับผิดชอบในการลงทะเบียนเรียนของนิสิต  การออกเกรด  การออก  Transcript  ของนิสิตคณะตัวเอง  แต่จะมีหน่วยงานกลางที่ทำหน้าที่บันทึกทะเบียนประวัตินิสิตโดยเป็นผู้ออกเลขประจำตัวนิสิต  บันทึกการเปลี่ยนชื่อตัว  ชื่อสกุล  บันทึกการลาออก  และการสำเร็จการศึกษาของนิสิตแต่ละคน  หน่วยงานนี้  คือ  แผนกสถิติและทะเบียน  สังกัดสำนักงานเลขานุการกรมมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  ซึ่งปัจจุบันก็คือ  สำนักงานอธิการบดี  หน่วยงานนี้จะรับผิดชอบในการบันทึกประวัติของข้าราชการด้วย  ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็นแผนกประมวลสถิติและชีวประวัติในปี พ.ศ. 2505  แต่ยังคงทำหน้าที่ทั้งงานทะเบียนบุคลากรและงานทะเบียนนิสิตควบคู่กันไป  แต่การดำเนินงานเกี่ยวกับการเรียนการสอน  การออกใบรับรองต่าง ๆ  ยังคงดำเนินการอยู่ที่คณะที่นิสิตสังกัด  คณบดีเป็นผู้ลงนามในใบรับรองต่าง ๆ  แต่การลงนามใน  Transcript  จะมีนายทะเบียน  (Registrar)  ของมหาวิทยาลัยเป็นผู้ลงนาม  นายทะเบียนที่มหาวิทยาลัยแต่งตั้งได้แก่  ศาสตราจารย์จินดา  เทียมเมธ  (อดีตคณบดีคณะประมง)  ศาสตราจารย์ ดร.ไพฑูรย์  อิงคสุวรรณ  (อดีตอาจารย์คณะกสิกรรมและสัตวบาลและอดีตอธิการบดี  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์)

2.  ยุคของสำนักงานทะเบียน  (Office of the Registrar)  พ.ศ. 2515 - 2519

                 ในปี พ.ศ. 2515  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้ตั้งสำนักงานทะเบียน  (Office of the Registrar)  ขึ้นมาเป็นการภายใน  โดยยังไม่เป็นส่วนราชการ  และแยกงานทะเบียนนิสิตออกจากงานทะเบียนของบุคลากร  โดยมีสำนักงานอยู่ที่ชั้นบนของอาคารสุวรรณวาจกกสิกิจ  (ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของที่ทำการไปรษณีย์บางเขน)  ทั้งนี้ได้โอนงานทะเบียนนิสิตที่อยู่ตามคณะต่าง ๆ  มาอยู่ภายใต้หน่วยงานใหม่นี้  โดยโอนเฉพาะเอกสารของนิสิตที่เข้าศึกษาตั้งแต่ปีการศึกษา  2515  เป็นต้นมาเก็บที่หน่วยงานนี้

                 สำนักงานทะเบียน  ในปี พ.ศ. 2515  มีอาจารย์ประทีป  นุทกาญจนกุล  ซึ่งเป็นอาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์  เป็นนายทะเบียน (Registrar)  อาจารย์ปริญญา  แย้มศิริ  อาจารย์เผดิม  ระติสุนทร  อาจารยรรยง  บุญหลง  เป็นผู้ช่วยนายทะเบียน  มีนางสาวพรพิมล  สันติหิรัญภาค  เป็นข้าราชการประจำหน่วยงานเพียงคนเดียวในขณะนั้น  นอกนั้นเป็นบุคลากรที่ยืมตัวมาจากคณะต่าง ๆ 

3.  ยุคของกองบริการการศึกษา  (พ.ศ. 2519 – 2534)

                 กองบริการการศึกษา  ได้จัดตั้งขึ้นเป็นหน่วยงานใหม่  สังกัด  สำนักงานอธิการบดี  ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี  ลงวันที่  16  พฤศจิกายน  2519  เพื่อรองรับจำนวนนิสิตและคณะสาขาวิชาต่าง ๆ     ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว  โดยโอนงานทั้งหมดของงานทะเบียนนิสิต  (Office of the Registrar)  มาสังกัด    กองบริการการศึกษา  และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้แต่งตั้ง ดร.สำอาง  ศรีนิลทา  เป็นหัวหน้ากองบริการการศึกษา  เมื่อวันที่  17  พฤศจิกายน  2520  โดยมีรองศาสตราจารย์มนัส  สุจวิพันธ์  และ  ผู้ช่วยศาสตราจารย์กระจ่าง  วิสุทธารมณ์  เป็นผู้ช่วยหัวหน้ากองบริการการศึกษา  และกำหนดให้กองบริการการศึกษาย้ายไปยังอาคาร ตึก 1  ซึ่งเดิมเป็นหอพักนิสิตชายและได้ทำการปรับปรุงใหม่เพื่อรองรับการเป็นสำนักงานของ       กองบริการการศึกษา  และสำนักบริการคอมพิวเตอร์  โดยสำนักบริการคอมพิวเตอร์ใช้เฉพาะพื้นที่ชั้นล่าง   ปีกขวาด้านติดกับกองกิจการนิสิต  ที่เหลือเป็นพื้นที่ของกองบริการการศึกษา  ต่อมาสำนักบริการคอมพิวเตอร์ ได้ก่อสร้างห้องคอมพิวเตอร์เพิ่มเติมด้านหลังอาคาร  เพื่อติดตั้งคอมพิวเตอร์  mainframe  ยี่ห้อ  PRIME  เครื่องแรกของมหาวิทยาลัย  และมหาวิทยาลัยได้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ PRIME  นี้ในการลงทะเบียนเรียนของนิสิตในปีการศึกษา 2522  เป็นต้นมา

                 ยุคของกองบริการการศึกษานี้เป็นช่วงที่มีการปรับปรุงระบบการลงทะเบียนครั้งใหญ่  มีการปรับปรุงรหัสวิชาจากเดิมที่เป็นภาษาไทย  เช่น  กีฏวิทยา  111  มาเป็น  ENTO 111  เพื่อรองรับการลงทะเบียนด้วยระบบคอมพิวเตอร์  มีการจัดทำใบกรอกคะแนนเพื่อบันทึกด้วยระบบคอมพิวเตอร์  มีการจัดทำ  Student Grade Report  รายบุคคล  มีการรับชำระเงินค่าลงทะเบียนเรียนผ่านธนาคาร  โดยมีธนาคารทหารไทย  เป็นธนาคารแรกที่เข้ามาเป็นผู้รับชำระค่าธรรมเนียมการศึกษา

                 เมื่อมีการแต่งตั้งผู้อำนวยการกองบริการการศึกษาแล้ว  ทางมหาวิทยาลัยก็ไม่มีการแต่งตั้ง นายทะเบียนอีก  โดยหัวหน้ากองบริการการศึกษาได้ทำหน้าที่เป็นนายทะเบียนแทน  ตั้งแต่  พ.ศ. 2519

                 ในช่วงของกองบริการการศึกษาก่อนที่จะแยกมาเป็นสำนักทะเบียนและประมวลผล  มีผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้ากองบริการการศึกษา  (ต่อมาเปลี่ยนชื่อตำแหน่งเป็น  ผู้อำนวยการกองบริการการศึกษา )  ดังนี้คือ

          1.   ดร.สำอาง  ศรีนิลทา                            17 พฤศจิกายน 2520 – 12 พฤษภาคม 2521

          2.   ดร.วิชา  สุขกิจ                                  2 พฤษภาคม 2523 – 20 มิถุนายน 2531

          3.   รองศาสตราจารย์บพิธ  จารุพันธ์               20 มิถุนายน 2531 – 12 กรกฎาคม 2533

          4.   ศาสตราจารย์ ดร.ศุภมาศ  พนิชศักดิ์พัฒนา    12 กรกฎาคม 2533 – 1 กุมภาพันธ์ 2534

          5.   มล.รักเกียรติ  ศุขสวัสดิ์                         พ.ศ. 2534 – 2536 

                 ในปี พ.ศ. 2521  เป็นปีที่มีการเตรียมการขยายการศึกษาไปยังวิทยาเขตกำแพงแสน  โดยมีเป้าหมายเคลื่อนย้ายนิสิตคณะเกษตร  ปี 3 – 4  ยกเว้นสาขาคหกรรมศาสตร์  นิสิตคณะสัตวแพทยศาสตร์    ปี 5 – 6  นิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์  ปี 3 – 4  สาขาเศรษฐศาสตร์เกษตร  และนิสิต ปี 3 – 4  สาขาศึกษาศาสตร์ – เกษตร  คณะศึกษาศาสตร์  ไปเรียนที่กำแพงแสน  โดยเริ่มการเรียนการสอนในภาคปลาย     ปีการศึกษา 2522  จึงมีการแต่งตั้ง  ผู้ช่วยหัวหน้ากองบริการการศึกษา  เพื่อปฏิบัติงานที่กำแพงแสน  คือ  ผู้ช่วยศาสตราจารย์พัทรา  ประดิษฐวณิช์  เป็นผู้ช่วยหัวหน้ากองประจำที่วิทยาเขตกำแพงแสน  เมื่อมีการตั้งกองบริการการศึกษา  (กำแพงแสน)  ขึ้นมา  ภายหลังจึงแต่งตั้งผู้อำนวยการกองบริการการศึกษา (กำแพงแสน)  โดยตรง 

                 ในช่วงปลายของกองบริการการศึกษา  มีการปรับระบบการลงทะเบียนเรียนครั้งใหญ่  คือ   การปรับรหัสวิชาซึ่งเดิมมีตัวอักษรกับตัวเลข  (ตัวอักษร  A, B, C, D  ไม่เกิน  8  ตัวอักษร  และตัวเลข 3 หลัก)  มาเป็นตัวเลขทั้งหมด  6  หลัก  และมีการทดลองใช้เครื่องอ่านหมาย  (Optical Mark Reader)  ในการอ่านบัตรลงทะเบียนเรียนในภาคฤดูร้อน  พ.ศ. 2534  และเปลี่ยนมาเป็นระบบลงทะเบียนเรียนแบบบันทึกข้อมูลต่อหน้านิสิตด้วยระบบคอมพิวเตอร์ในปีการศึกษา 2534 

4.  ยุคของสำนักทะเบียนและประมวลผล  (พ.ศ. 2536 – ปัจจุบัน)

                 ในปีการศึกษา 2533  เป็นปีที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มีนิสิตที่วิทยาเขตบางเขนเกินหมื่นคนแล้ว  เมื่อรวมกับนิสิตวิทยาเขตกำแพงแสน  จะมีนิสิตมากถึง  13,000  คน  มีจำนวนหลักสูตรเพิ่มขึ้นจากเดิมจำนวนมาก  ทั้งหลักสูตรภาคปกติและภาคพิเศษ  มีจำนวนรายวิชาที่เปิดสอนจำนวนมากถึง  4,000  รายวิชาต่อปี  ทางมหาวิทยาลัยจึงเห็นสมควรที่จะยกฐานะกองบริการการศึกษา มาเป็น สำนักทะเบียนและประมวลผล  (Office of the Registrar)  มีฐานะเทียบเท่าคณะวิชา  เพื่อความคล่องตัวในการบริหารงาน  จึงได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมา  1  ชุด  โดยมีรองศาสตราจารย์ ดร.ชิตาภา  เกตวัลห์  เป็นประธานคณะทำงานจัดตั้งสำนักทะเบียนและประมวลผล  และผลสรุปสุดท้ายมหาวิทยาลัยเห็นชอบให้ดำเนินการได้  แต่เสนอเป็นโครงการใหม่ที่แยกงานทะเบียนและสถิตินิสิตออกจากกองบริการการศึกษา มาเป็น สำนักทะเบียนและประมวลผล  ส่วนกองบริการการศึกษายังคงอยู่  แต่ปรับปรุงโครงสร้างใหม่  โดยให้สำนักทะเบียนและประมวลผลมีภาระงานตามโครงสร้างใหม่  แบ่งเป็น  5  ฝ่าย  ได้แก่

                 1.   ฝ่ายบริหารและธุรการ

                 2.   ฝ่ายรับเข้าศึกษา

                 3.   ฝ่ายทะเบียนและสถิติการศึกษา

                 4.   ฝ่ายการเรียนการสอนและการสอบ

                 5.   ฝ่ายคอมพิวเตอร์และช่วยระบบการศึกษา

                 ส่วนกองบริการการศึกษาให้แบ่งออกเป็น  5  งาน  ได้แก่

                 1.   งานธุรการ

                 2.   งานทะเบียนและสถิติ

                 3.   งานพัฒนาหลักสูตรและการสอน

                 4.   งานส่งเสริมตำรา

                 5.   งานบริการทางวิชาการ

                  อย่างไรก็ตาม  เมื่อได้รับการอนุมัติให้แบ่งส่วนราชการเป็นสำนักทะเบียนและประมวลผล     ในปี พ.ศ. 2535 นั้นเป็นช่วงที่รัฐบาลมีนโยบายไม่ให้ขยายงานส่วนราชการ  จึงได้รับอนุมัติให้เป็นหน่วยงาน ในระดับคณะแต่ไม่ให้มีการแบ่งส่วนราชการเป็นฝ่ายต่าง ๆ  เช่นเดียวกันกับสำนักพิพิธภัณฑ์และวัฒนธรรมการเกษตร  และสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตผลทางการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร  ซึ่งตั้งขึ้นมาพร้อม ๆ กัน

                 ช่วงของการขอจัดตั้งสำนักทะเบียนและประมวลผล  ในส่วนของการติดต่อประสานงานกับทบวงมหาวิทยาลัย  ขออัตรากำลัง  ครุภัณฑ์ต่าง ๆ  เป็นช่วงที่  มล.รักเกียรติ  ศุขสวัสดิ์  เป็นหัวหน้า      กองบริการการศึกษา  จึงมีภาระงานที่ค่อนข้างมากในการติดต่อประสานงาน  การจัดแบ่งบุคลากร  แบ่งครุภัณฑ์และทำคำขออัตราใหม่ของสำนัก  ซึ่งสามารถดำเนินการได้เสร็จทันก่อนจะมีการแบ่งแยกส่วนงานอย่างเป็นทางการ  และในที่สุดสำนักทะเบียนและประมวลผลก็ได้รับการอนุมัติตามประกาศทบวงมหาวิทยาลัย  ฉบับที่ 14  พ.ศ. 2535  ประกาศ ณ วันที่  18  กันยายน  2535  และประกาศในราชกิจจานุเบกษา  เล่มที่  104  ลงวันที่  30  กันยายน  2535  ให้สำนักทะเบียนและประมวลผลเป็นส่วนราชการในลำดับที่ 21  ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  แต่ในช่วงดังกล่าวการปฏิบัติงานยังอยู่ในการกำกับดูแลของกองบริการการศึกษาอยู่  เนื่องจากมหาวิทยาลัยอยู่ในช่วงของการสรรหาผู้อำนวยการสำนักทะเบียนและประมวลผล  แต่ก็ได้มีการแบ่งบุคลากร  ครุภัณฑ์  ระหว่างสำนักทะเบียนและประมวลผลกับกองบริการการศึกษา เสร็จเรียบร้อยแล้ว  จนกระทั่งสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  ได้แต่งตั้งให้รองศาสตราจารย์บพิธ  จารุพันธุ์  ข้าราชการ สังกัดภาควิชาสัตววิทยา  คณะวิทยาศาสตร์  ให้ดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการสำนักทะเบียนและประมวลผล      ในวันที่  16  มีนาคม  2536  เป็นต้นไป  โดยให้มีวาระในการดำรงตำแหน่ง  4  ปี  หลักจากนั้นกองบริการการศึกษาก็ได้ย้ายไปอยู่ที่อาคารสารนิเทศ  50  ปี  รวมกับกองต่าง ๆ ที่สังกัดสำนักงานอธิการบดี  โดยมี   คุณจันทร์ฉาย  แย้มศิริ  เจ้าหน้าที่ของกองบริการการศึกษา  ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น  ผู้อำนวยการกองบริการการศึกษา  สืบต่อจาก  มล.รักเกียรติ  ศุขสวัสดิ์

                 การดำเนินงานของสำนักทะเบียนและประมวลผล  ส่วนใหญ่จะเป็นการปรับปรุงระบบการลงทะเบียนเรียน  ซึ่งได้ร่วมมือกับสำนักบริการคอมพิวเตอร์อย่างต่อเนื่องในการจัดหาครุภัณฑ์ที่ทันสมัยเข้ามาใช้ในระบบงานทะเบียนนิสิต  และมีการหารายได้จากการรับเป็นศูนย์สอบ  สนามสอบ  ของการสอบ  Entrance  สอบวัดความรู้  สอบ  GAT-PAT  A-NET  O-NET  และรับงานบริการวิชาการด้านการจัดสอบครบวงจร  ตั้งแต่ พ.ศ. 2537  เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน

                 นับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งสำนักทะเบียนและประมวลผล  มีผู้บริหารที่ทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการสำนักทะเบียนและประมวลผล  3  คน  คือ

          1.   รองศาสตราจารย์บพิธ  จารุพันธุ์               16  มีนาคม  2536 – 15  มีนาคม  2552

          2.   รองศาสตราจารย์ ดร.ศักดา  อินทรวิชัย       16  มีนาคม  2552 – 23  มีนาคม  2556

          3.   นายสหัส  ภัทรฐิตินันท์                         24  มีนาคม  2556  จนถึงปัจจุบัน

 

                 จากการขยายตัวของงานด้านทะเบียนนิสิต  อันเนื่องมาจากจำนวนนิสิตที่เพิ่มขึ้น  และโครงการพิเศษในทุกระดับการศึกษาที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง  ทำให้อาคาร ตึก 1  ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันไม่เพียงพอที่จะรองรับการให้บริการ  ประกอบกับอายุของอาคารเดิมซึ่งสร้างในปี 2498  มีลักษณะเสื่อมสภาพ    

ไม่สามารถที่จะใช้สอยต่อไปอย่างปลอดภัยได้  ทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จึงให้ความสนับสนุนในการสร้างอาคารหลังใหม่  ด้านหลังของอาคารเดิม  เป็นอาคารที่มีความสวยงาม  มีพื้นที่ใช้สอยพอเพียง  และมีหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาเกี่ยวกับนิสิตมาอยู่ในอาคารเดียวกัน  และอาคารหลังนี้ยังได้รับการอนุญาตให้ใช้ชื่อว่า  อาคารระพีสาคริก  อันเป็นมงคลนามอย่างยิ่ง  เนื่องจากท่านศาสตราจารย์ระพี  สาคริก  อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  ท่านเป็นผู้ที่นิสิตในขณะนั้น  เคารพรัก  และเรียกว่า  คุณพ่อหรืออาจารย์พ่อ  ท่านคลุกคลีใกล้ชิดกับนิสิตอย่างเป็นกันเอง  ไม่ว่าจะเป็นงานของค่ายอาสาพัฒนานิสิต  การกิจการนิสิตทุกกิจกรรมไม่ว่าจะเป็นดนตรี  กีฬาและอื่น ๆ  นายระพีสาคริก  อาคารหลังใหม่ของสำนักทะเบียนและประมวลผลจึงเป็นสิ่งที่สร้างความภาคภูมิใจแก่ชาวสำนักทะเบียนและประมวลผลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับนิสิตตลอดไป

                 มติที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  ครั้งที่ 7/2556  วันที่ 29  กรกฎาคม  2556     มีมติให้โอนย้ายกองบริการการศึกษา  ศูนย์การศึกษานานาชาติ  และศูนย์วิชาบูรณาการหมวดวิชาศึกษาทั่วไป  รวมถึงทรัพยากรที่มีจากเดิมสังกัดสำนักงานอธิการบดี  มาสังกัดสำนักทะเบียนฯ  โดยแบ่งโครงสร้างภายในออกเป็น  1 สำนัก  และ 4 ฝ่าย  ประกอบด้วย 

                 - สำนักงานเลขานุการสำนักทะเบียนและประมวลผล

                  - ฝ่ายทะเบียนและประมวลผลการศึกษา 

                 - ฝ่ายบริการการศึกษา 

                 - ฝ่ายการศึกษานานาชาติ 

                 - ฝ่ายวิชาบูรณาการหมวดวิชาศึกษาทั่วไป 

                 ทั้งนี้ สำนักได้มีการปรับโครงสร้างใหม่ เพื่อความสอดคล้องกับภารกิจของแต่ละฝ่าย  และเพื่อรองรับการบริหารจัดการในเชิงรุกของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  ขณะนี้อยู่ระหว่างรอมหาวิทยาลัยพิจารณาและสภามหาวิทยาลัยพิจารณาอนุมัติตามลำดับ